วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การศึกษานอกห้องเรียน(18th August, 2015)


การฝึกทักษะการฟัง

ในการเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาแม่นั้น เราจำเป็นต้องพยายามในการเรียนมากกว่าการเรียนปกติ เพราะภาษาเหล่านั้นย่อมมีความแตกต่างจากภาษาแม่มาก ซึ่งเราจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งอันดับแรกที่เราจะต้องศึกษานั่นคือ โครงสร้างทางภาษา ทั้งคำศัพท์ วลี และรูปประโยค รวมไปถึงกาล (tense) ในภาษาอังกฤษ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการเรียนภาษา และเมื่อเราเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้แล้วนั้น เราจำเป็นต้องนำความรู้ทางทฤษฎีเหล่านั้นที่เรามีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเราจะต้องใช้ทักษะทั้ง 4 ในการนำไปใช้ นั่นคือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน แต่จะเห็นได้ว่า การศึกษาของไทยและสภาพแวดล้อมในประเทศไทย ไม่เอื้อต่อการฝึกทักษะเท่าไร เราจึงจำเป็นต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด  ซึ่งจากการที่ดิฉันได้สำรวจตนเองแล้วพบว่า ดิฉันยังอ่อนทักษะทางภาษาในทุกด้านที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งดิฉันได้ตัดสินใจเริ่มพัฒนาทักษะจากการฟัง เพราะการฟังเป็นพื้นฐานทางการฝึกทักษะทางภาษาและนำไปสู่การฝึกทักษะอื่นๆต่อไป ซึ่งดิฉันได้เริ่มฝึกทักษะตั้งแต่วันที่ 18-24 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดังนี้
ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังเพลงภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า   A thousand years ของศิลปินชื่อว่า Christina Perri ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์  Twilight  เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังง่าย เพราะเป็นเพลงช้า และคำศัพท์ในเพลงก็ง่าย ทำให้สามารถเข้าใจเนื้อเพลงได้ดี และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังฝึกทักษะการ
ฟังอย่างดิฉัน เพราะการที่เราจะเกิดทักษะที่ดีนั้น จะต้องเริ่มจากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก ซึ่งสำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ ดิฉันเริ่มจากการเปิดเพลงทิ้งไว้และนั่งทำการบ้านไปด้วย แล้วลองฟังดูว่าในเพลงนั้นเขาร้องว่าอย่างไร โดยฉันจะเปิดอยู่อย่างนั้น 5 รอบ และลองร้องตามโดยไม่รู้เลยว่าเพลงนั้นจริงๆแล้วมีเนื้อหาอย่างไร แล้วหลังจากนั้น ก็มานั่งดูเพลง โดยเปิดเพลงแบบมี lyrics แล้วดูว่าตรงกับที่ดิฉันคิดไว้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตรง มีเพียงบางคำเท่านั้นที่ดิฉันฟังไม่ชัด และก็เปิดเพลงนั้นไว้อย่างนั้นและหัดร้องตาม โดยดู lyrics  5 รอบ และฝึกร้องโดยไม่ดู lyrics อีก 10 รอบ สำหรับเนื้อหาในเพลงนี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กลัวความรัก กลัวการผิดหวัง เพราะเคยผิดหวังกับรักครั้งก่อน แต่เมื่อเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งเขายืนอยู่คนเดียว เธอคนนั้นจึงได้รู้ว่าเธอตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว เธอรักเขามาเป็นพันปีแล้ว และจะยังคงรักเขาอีกเป็นพันๆปีต่อไป  และด้วยพลังแห่งความรักครั้งใหม่นี้ทำให้เธอพยายามที่จะเข้มแข็ง ซึ่งจากการฟังเพลงนี้ เมื่อฉันฟังเข้าใจ ทำให้ฉันได้ฝึกทักษะการฟังและการแปลไปด้วยเช่นกัน
          ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังบทสนทนา At the restaurant บทสนทนานี้เป็นบทสนทนาที่ฟังง่ายและมีคำศัพท์ง่ายๆปรากฏอยู่ในบทสนทนา อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเราอาจได้เจอหรือได้สนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ สำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ ในเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บสำหรับการฝึกการฟังโดยเฉพาะ จึงมีเสียงการสนทนาแบบช้าและแบบเร็ว อันดับแรกดิฉันจึงเลือกฟังเสียงการสนทนาแบบช้าซึ่งมีความยาว 7.50 นาทีก่อน 5 รอบ เมื่อคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาสนทนาเกี่ยวกับอะไรบ้าง จึงเลือกฟังบทสนทนาแบบเสียงปกติซึ่งมีความยาว 5.50 นาทีอีก 10 รอบ จากนั้นจึงฟังบทสนทนาแบบเสียงปกติพร้อมไปกับการอ่านบทสนทนาที่เขาให้มาอีก 10 รอบ ซึ่งการสนทนานี้เป็นการสนทนากันเกี่ยวกับร้านอาหารและการสั่งอาหาร โดยที่ Scott เคยมาที่ร้านนั้นแล้วและพอจะรู้ว่าอะไรอร่อยจึงได้แนะนำอาหารให้กับ Rebecca และพวกเขาก็ได้เลือกสั่งอาหารต่างๆมาทานกัน ซึ่งจากการฟังบทสนทนานี้ ทำให้ดิฉันได้ฝึกการฟังไปพร้อมกับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆและมารยาทในร้านอาหารด้วย นอกจากนี้ในเว็บนั้นยังสามารถฟังการออกเสียงประโยคแต่ละประโยคโดยการกดที่รูปลำโพงท้ายประโยคและการออกเสียงคำศัพท์แต่ละคำโดยการวางเคอร์เซอร์บนคำศัพท์นั้นๆและคลิกบนคำศัพท์เพื่อดูความหมายของแต่ละคำ
ในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังเพลงภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า   All of me ของศิลปินชื่อว่า John Legend เพลงนี้เป็นเพลงที่ค่อนข้างฟังง่าย เพราะเป็นเพลงช้า แต่ก็เร็วกว่าเพลงแรกที่ดิฉันฝึกคือเพลง A thousand years และคำศัพท์ในเพลงก็ค่อนข้างง่าย อาจจะกล่าวได้ว่าดิฉันได้เพิ่มระดับความยากของเพลงขึ้น เพื่อทดสอบตัวเองว่าพอจะเข้าใจไหม และมีการพัฒนาที่สูงขึ้นไหม ซึ่งสำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ ดิฉันก็ทำเหมือนเดิมโดยเริ่มจากการเปิดเพลงทิ้งไว้และทำอย่างอื่นไปด้วย โดยฉันจะเปิดอยู่อย่างนั้น 8 รอบ และลองร้องตาม แล้วหลังจากนั้น ก็มานั่งดูเพลง โดยเปิดเพลงแบบมี lyrics แล้วดูว่าตรงกับที่ดิฉันคิดไว้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างตรง มีหลายคำที่ดิฉันฟังไม่ชัดหรือฟังไม่ทัน และก็เปิดเพลงนั้นไว้อย่างนั้นและหัดร้องตาม โดยดู lyrics  10 รอบ และฝึกร้องโดยไม่ดู lyrics อีก 12 รอบ สำหรับเนื้อหาในเพลงนี้เกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งจนหมดทั้งหัวใจของเขา เขาคิดไปว่าเธอทำให้เขาสับสนวุ่นวายและเป็นไปต่างๆนานาเพราะเขาเกิดอาการของคนตกหลุมรัก เขาสามารถให้ทุกอย่างที่เขามีกับผู้หญิงคนนั้นได้ ถ้าเธอคนนั้นให้ทุกอย่างของเธอแก่เขาเช่นกัน โดยที่เขาไม่สนว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอย่างไรแต่เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารักและต้องการ ซึ่งจากการฟังเพลงนี้ เมื่อฉันฟังเข้าใจ ทำให้ฉันได้ฝึกทักษะและการแปลไปด้วยเช่นกัน
ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังเพลงภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า   I Won't Give Up ของศิลปินชื่อว่า Jason Mraz ซึ่งสำหรับเพลงนี้เป็นเพลงช้า แต่จะมีอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งเขาร้องแบบเร็วทำให้ช่วงนี้ฟังยากนิดนึง แต่คำศัพท์ในเพลงก็ยังพอเข้าใจได้ ซึ่งสำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ ดิฉันก็ทำเหมือนเดิมโดยเริ่มจากการเปิดเพลงทิ้งไว้และทำอย่างอื่นไปด้วย โดยฉันจะเปิดอยู่อย่างนั้น 10 รอบ และลองร้องตาม เพราะเพลงนี้มีระดับความยากที่สูงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องฟังหลายรอบมากขึ้น แล้วหลังจากนั้น ก็มานั่งดูเพลง โดยเปิดเพลงแบบมี lyrics แล้วดูว่าตรงกับที่ดิฉันคิดไว้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างตรง มีหลายคำที่ดิฉันฟังไม่ชัดหรือฟังไม่ทันโดยเฉพาะช่วงที่เขาร้องเร็ว  และก็เปิดเพลงนั้นไว้อย่างนั้นและหัดร้องตาม โดยดู lyrics  12  รอบ และฝึกร้องโดยไม่ดู lyrics อีก 12 รอบ สำหรับเนื้อหาในเพลงนี้เกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งจนหมดทั้งหัวใจของเขา เขาบอกว่าถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายมาขัดขวางความรักของเขา แม้ฟ้าจะไม่เป็นใจ แม้พวกเขาทั้งสองจะมีความแตกต่างกัน  แต่เขาก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายและเขาจะไม่ยอมแพ้ จะยังคงรักเธอตลอดไป  และหากแม้พวกเขาจะไม่สามารถรักกันได้ก็ตาม เขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
ในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังบทสนทนา At the park บทสนทนานี้ค่อนข้างยากขึ้นกว่าบทสนทนาที่แล้ว ในเรื่อง At the restaurant เพราะบทสนทนานี้จะมีคำศัพท์และรูปประโยคที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แต่ยังคงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้ สำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ก็เช่นเดิม คือ ในเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บสำหรับการฝึกการฟังโดยเฉพาะ จึงมีเสียงการสนทนาแบบช้าและแบบเร็ว อันดับแรกดิฉันจึงเลือกฟังเสียงการสนทนาแบบช้าซึ่งมีความยาว 12.35 นาทีก่อน 7 รอบ เมื่อคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาสนทนาเกี่ยวกับอะไรบ้าง จึงเลือกฟังบทสนทนาแบบเสียงปกติซึ่งมีความยาว 10.00 นาทีอีก 10 รอบ จากนั้นจึงฟังบทสนทนาแบบเสียงปกติพร้อมไปกับการอ่านบทสนทนาที่เขาให้มาอีก 10 รอบ ซึ่งการสนทนานี้เป็นการสนทนากันเกี่ยวกับการไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ โดยที่ Jane ได้นั่งลงที่ม้านั่งเพื่อพักหายเหนื่อยหลังจากการวิ่งมา และเธอได้เจอกับ Chris ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเธอ พวกเขาทั้งสองคนได้พูดคุยทักทาย ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ซึ่ง Chris ได้มาออกกำลังกายกับภรรยาของเขา ซึ่งก่อนหน้านั้นภรรยาของเขากำลังไปซื้อน้ำ และเมื่อภรรยาของ Chris กลับมา พวกเธอก็ได้แนะนำตัวแก่กันและไปวิ่งพร้อมกัน
ในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังเพลงภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า   Shake It Off ของศิลปินชื่อว่า Taylor Swift ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงเร็ว แต่คำศัพท์ไม่ยาก สามารถเข้าใจได้ เพราะเนื้อเพลงมีไม่มาก วนไปวนมาอยู่ที่เดิม ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นเพลงเร็วแต่ก็สามารถฟังและเข้าใจได้ ซึ่งสำหรับการฝึกทักษะการฟังของดิฉันนี้ ดิฉันก็ทำเหมือนเดิมโดยเริ่มจากการเปิดเพลงทิ้งไว้และทำอย่างอื่นไปด้วย โดยฉันจะเปิดอยู่อย่างนั้น 10 รอบ และลองร้องตาม เพราะเพลงนี้มีระดับความยากที่สูงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องฟังหลายรอบมากขึ้น แล้วหลังจากนั้น ก็มานั่งดูเพลง โดยเปิดเพลงแบบมี lyrics แล้วดูว่าตรงกับที่ดิฉันคิดไว้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างตรง มีบางคำเท่านั้นที่ดิฉันฟังไม่ชัดหรือฟังไม่ทันเพราะเป็นเพลงเร็ว  และก็เปิดเพลงนั้นไว้อย่างนั้นและหัดร้องตาม โดยดู lyrics  12  รอบ และฝึกร้องโดยไม่ดู lyrics อีก 12 รอบ สำหรับเนื้อหาในเพลงนี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่เคยแคร์คนอื่น เพราะไม่ว่าเธอจะทำในสิ่งดีหรือไม่ดี คนที่ไม่ชอบเธอก็ยังคงไม่ชอบเธอ คนที่เสแสร้งก็ยังคงเสแสร้งต่อไป และเราเพียงสะบัดมันออกไป และดำเนินชีวิตของเราต่อไปและทุกอย่างก็จะดีเอง
ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการดูหนัง เรื่อง Alice in wonderland ซึ่งได้ยืมมาจากห้อง American Corner เหตุผลที่เลือกดูหนังเรื่องนี้เพราะเป็นการ์ตูน ซึ่งสนุกแก่การดู ทำให้มีความเพลิดเพลิน ทั้งนี้ยังมีเนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย คำศัพท์ก็ไม่ยาก ซึ่งดิฉันเริ่มฝึกจากการฟังเสียงเป็นภาษาอังกฤษและไม่เปิด subtitle ใดๆ 1 รอบ จากนั้นจึงฟังเสียงเป็นภาษาอังกฤษและอ่าน subtitle ที่เป็นภาษาอังกฤษ 1 รอบ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดและ เพื่อทดสอบดูว่าที่ได้คิดไว้นั้นตรงกับที่เราเข้าใจที่ได้รับจากการฟังนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจากการดูหนังทั้ง  2 รอบนี้ทำให้ดิฉันได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด และได้รู้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ว่า อลิซเป็นเด็กที่มีความฉลาด เธอมักจะสงสัยในสิ่งต่างๆเสมอ ซึ่งในวันนั้นเธอได้นั่งใต้ต้นไม้กับพี่สาวของเธอและพี่สาวของเธอกำลังนั่งอ่านหนังสือ แต่อลิซไม่มีอะไรจะทำ ทำให้อลิซรู้สึกเบื่อและง่วง และตอนนั้นก็ได้มีกระต่ายสีขาวตัวหนึ่งวิ่งผ่านมาด้วยความเร่งรีบ และพูดว่า สายแล้ว ฉันสายแล้วทำให้อลิซเกิดความสงสัยและวิ่งตามกระต่ายไปและได้ลงไปในหลุมของกระต่าย หลังจากนั้นเธอก็ได้พบเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย ทั้งสัตว์และต้นไม้ที่พูดได้ และเธอสามารถตัวเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นได้ เพียงแค่เธอทานสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ในดินแดนนั้น และหลังจากนั้นเธอก็ได้ตื่นขึ้นมาและพบว่าเรื่องราวประหลาดทั้งหมดนั้นที่เธอพบเจอคือความฝันในขณะที่เธอหลับไปนั่นเอง

จากการฝึกทักษะการฟังตั้งแต่วันที่ 18-24 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยดิฉันได้ฝึกโดยการฟังเพลง 4 เพลง ฟังบทสนทนา 2 บท และดูหนัง 1 เรื่อง พบว่าดิฉันสามารถพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น ฟังสิ่งต่างๆทั้งเพลง บทสนทนาและดูภาพยนตร์ได้เข้าใจมากขึ้น และสนุกมากขึ้น ทำให้เพลิดเพลินกับการดูหนังและฟังเพลง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการทำความเข้าใจเหมือนแต่ก่อน สามารถฟังเพลงหรือบทสนทนาที่เขาพูดเร็วได้มากขึ้น นอกจากนี้จากการฝึกทักษะนี้ยังทำให้ดิฉันชอบฟังเพลงและดูหนังภาษาอังกฤษมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนไม่เคยชอบเลยเพราะฟังไม่เข้าใจเลยทำให้ดูหนังและฟังเพลงไม่รู้เรื่อง และเมื่อดิฉันฝึกเสร็จตามแผนที่ดิฉันวางไว้นั้นดิฉันก็ยังคงไม่หยุดฝึกทักษะนี้ เพราะดิฉันได้รู้แล้วว่าการจะเกิดทักษะใดทักษะหนึ่งนั้น เราจำเป็นต้องฝึกอยู่เสมอและใช้บ่อยๆ เพราะหากเราละเลยไปอาจทำให้ลืมได้ ถึงแม้อาจจะต้องใช้เวลาและความพยายามสูงมากก็ตาม แต่ไม่มีผู้ใดจะเก่งได้หากไร้ซึ่งการฝึกฝนและพัฒนาตนอยู่เสมอ อาจกล่าวได้ว่า ถึงแม้จะมีพรสวรรค์มากมายเพียงใดที่เอื้อต่อการเรียนรู้แต่หากเราไม่มีพรแสวงก็ไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น